ภาษี Bitcoin ยกเว้นได้ ถ้าซื้อ-ขาย ให้ถูกที่

By : Jasmine


13 ประเทศกับมาตราการยกเว้นภาษี Bitcoin


สหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศเดียวในโลกที่ยกเว้นภาษีสกุลเงินดิจิตอล

แม้จะมีบางประเทศยังไม่ยอมรับเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอย่าง Bitcoin และ Blockchain สักเท่าไหร่ ซึ่งกำลังกดดันนักลงทุนผ่านทางภาษีหรือการทำ KYC แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่มองว่ากฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิตอลเหล่านี้ ควรเป็นกฎหมายที่เป็นมิตรเพื่อจะสนับสนุนให้เป็นที่นิยมมากขึ้นและก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆในแวดวงอุตสาหกรรม

มาดูกันดีกว่าว่านอกจากประเทศที่มีการลงทุนสกุลเงินดิจิตอลอย่างหนัก เช่น สหรัฐฯ ที่มีมาตรการอันดีต่อสกุลเงินเหล่านี้ ก็ยังมีอีก 13 ประเทศด้วยกันที่มีแนวทางในการสนับสนุนนักลงทุน


1. สโลเวเนีย

ในปี พ.ศ. 2556 กระทรวงการคลังสโลวีเนียระบุว่า Bitcoin ไม่ใช่สกุลเงินหรือสินทรัพย์ ดังนั้นการเก็บภาษีนั้นจะขึ้นอยู่กับวิธีที่เราใช้ Bitcoin สโลวีเนียอาจจะไม่เก็บภาษีนักลงทุนเลย ในขณะที่รัฐจะเก็บภาษีในการขุด Bitcoin และเก็บจากธุรกิจที่อื่นๆที่ขายสินค้ารวมไปถึงบริการที่การแลกเปลี่ยนสกุลเงินสกุลเงินดิจิตอล โดยกำไรจากการขายจะไม่ถูกเก็บภาษี และจะถือว่ากำไรจาก Bitcoin ไม่เป็นรายได้


2. โปรตุเกส

โปรตุเกสได้ใช้แนวทางที่คล้ายกันกับประเทศสโลวีเนียคือสกุลเงินดิจิตอลทั้งหมดในโปรตุเกสจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำให้หน่วยงานด้านภาษีและศุลกากรของโปรตุเกสยืนยันในปี พ.ศ. 2562 ถึงการยกเลิกการเก็บภาษีในครั้งนี้ แม้ว่าธุรกิจจะยังคงเก็บภาษีของกำไรที่ได้จากการขายสกุลเงินดิจิตอล แต่การแลกเปลี่ยน Bitcoin นั้นจะไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีรายได้จากการถือครอง หรือการมีกำไรจากการลงทุน


3. เบลารุส

แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก แต่ประเทศในยุโรปตะวันออกแห่งนี้กำลังมาแรงมากสำหรับคนที่สนใจในสกุลเงินดิจิตอล ด้วยการเปิดเสรีในการใช้สกุลเงิน โดยการใช้กฎหมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลและเทคโนโลยี Blockchain ได้ทำมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2560 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศว่าการขุด Bitcoin การทำการค้าและกำไรที่ได้รับผ่านสกุลเงินดิจิตอล จะปลอดภาษีจนถึงปี พ.ศ. 2566


4. เยอรมัน

เยอรมันได้ประกาศว่า Bitcoin จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับสกุลเงินต่างประเทศแทนที่จะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ทรัพย์สินหรือหุ้น ซึ่งหมายความว่าการแลกเปลี่ยนและการลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลทั้งหมดนั้นถูกมองว่าเป็นการทำกำไรแบบส่วนตัวที่ให้สิทธิประโยชน์แบบปลอดภาษีแก่ตัวบุคคลนั้นๆ ยกเว้นสกุลเงินดิจิตอลจาก VAT และการทำกำไรจากการลงทุนในมูลค่าใด ๆ ก็ตามที่ถือครองนานกว่าหนึ่งปี อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจก็ยังคงต้องชำระภาษีจากกำไรที่เกิดขึ้นผ่านการขายสินค้าหรือบริการผ่านภาษีเงินได้นิติบุคคล


5. มอลตา

"เกาะแห่งบล็อคเชน (Blockchain)" อันโด่งดัง ที่มอลตานั้นไม่ต้องเสียภาษีให้แก่สินทรัพย์สกุลเงินดิจิตอลที่ถือครองมานานและสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับผลกำไรจากการลงทุน แต่นักเทรดรายวันจะถูกเก็บภาษีโดยถือเป็นรายได้ทางธุรกิจ การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลที่ดำเนินการภายในวันนั้นถือว่าใกล้เคียงกับการซื้อขายแบบรายวัน การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะดึงดูดภาษีเป็นรายได้ทางธุรกิจในอัตรา 35% โดยในปี 2560 นายกรัฐมนตรีของมอลตาได้ประกาศเห็นชอบในกลยุทธ์การส่งเสริมเทคโนโลยี Blockchain และสกุลเงินดิจิตอล โดยหวังว่าจะส่งเสริมความสามารถที่มีประโยชน์ของ Bitcoin ในการจัดการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่อ่อนไหวอย่างไร้ที่ติ ทั้งยังกระตุ้นการกระจายอำนาจได้อีกด้วย


6. ฮ่องกง

แม้อุตสาหกรรมธนาคารในฮ่องกงนั้นจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิตอลเท่าไหร่นักแต่รัฐบาลได้เสนอกฎหมายที่ส่งเสริมการลงทุนในปี พ.ศ. 2556 โดยกำหนดบทลงโทษอย่างเข้มงวดเพื่อระงับการใช้ Bitcoin ที่ผิดกฎหมาย และยังทำให้ Tokens เป็นเหรียญที่ปลอดจาก VAT และปลอดภาษีจากกำไรของการลงทุน


7. ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับกับสกุลเงินดิจิตอลมากที่สุดในโลก โดยได้สร้างโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนสำหรับการควบคุมสกุลเงินดิจิตอลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเน้นการสนับสนุนนักลงทุนส่วนบุคคลมากกว่าธนาคารเอกชนหรือบริษัทหลักทรัพย์และในระยะหลังๆมานี้ รัฐบาลได้จัดหาโครงสร้างบริษัทที่มีความมั่นคงสำหรับการแลกเปลี่ยน Bitcoin รวมถึงดูแลด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคพร้อมอนุมัติ Bitcoin ให้เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย โดยที่กำไรจากสกุลเงินเหล่านี้จะถูกเก็บภาษีแต่การถือครองสินทรัพย์สกุลเงินดิจิตอลจะไม่ถูกจัดเก็บภาษี


8. ลักเซมเบิร์ก

อีกประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในสกุลเงินสกุลเงินดิจิตอลและได้รับการยอมรับทางกฎหมาย โดยบรรจุ Bitcoin เป็นหนึ่งในสกุลเงินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 และจัดให้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการเก็บภาษีของทรัพย์สินประเภทนี้จนกว่าจะมีการซื้อขายหรือการทำธุรกรรมมากไปกว่านั้นการทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลก็ยังได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วย


9. เอสโตเนีย

รัฐบาลเอสโตเนียสรุปว่าไม่มีอุปสรรคทางกฎหมายในการใช้สกุลเงินดิจิตอลเป็นวิธีการชำระเงินและสกุลเงินดิจิตอลยังถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสกุลจริงๆอีกด้วย ซึ่งคล้ายกับประเทศเยอรมนี โดยธุรกิจที่ขึ้นอยู่กับสกุลเงินดิจิตอลต้องมีการลงทะเบียนและผลกำไรของสกุลเงินดิจิตอลจะต้องเสียภาษีเช่นเดียวกับกำไรประเภทอื่นๆแต่การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลนั้นได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

10.สิงคโปร์

ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลที่ถือครอง Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิตอลอื่นๆ ไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากการลงทุนระยะยาวไม่ได้ถูกเก็บภาษีในสิงคโปร์

11.มาเลเซีย

เช่นเดียวกับสิงคโปร์ ไม่มีการเก็บภาษีจากการลงทุนในมาเลเซีย การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลที่เกี่ยวข้องกับเงินสด หรือสินทรัพย์ดิจิตอลอื่นๆ จะไม่ถูกเก็บภาษีในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหาก Bitcoin ได้รับการยอมรับว่าเป็นเงินที่ถูกกฎหมายในประเทศมาเลเซีย ดังที่มีข่าวลือจากสื่อท้องถิ่นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

12.สโลวีเนีย

สำหรับสโลวีเนีย ระบบภาษีสำหรับบุคคล และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ค่อนข้างแตกต่างกัน แม้ว่าจะไม่มีการเรียกเก็บกำไรจากประชาชนจากการขาย Bitcoin และคริปโตอื่น พวกเขายังคงคาดว่าจะจ่ายภาษีเงินได้โดยไม่คำนึงถึงสกุลเงินที่มีการแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามบริษัทที่ได้รับการชำระเงินใน Bitcoin หรือจากการขุดคริปโตจะต้องชำระภาษีตามอัตราภาษีของบริษัท

13.สวิสเซอร์แลนด์

ผู้ที่ซื้อ ขาย หรือถือสกุลเงินดิจิตอลเพื่อประโยชน์ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีจากกำไรของพวกเขา อย่างไรก็ตามรายได้จากการขุดถือเป็นรายได้การจ้างงานตนเอง และจะถูกหักภาษีผ่านทางภาษีเงินได้ การซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลที่ทำกำไรได้โดยผู้เชี่ยวชาญ จะต้องเสียภาษีนิติบุคคล ในขณะที่ค่าจ้างที่จ่ายเป็น Bitcoin จะต้องจ่ายภาษีเงินได้


ที่มา : news.bitcoin.com

  • lineoa

Verified by

269-2693880_dbd-registered-dbd-registere

Payment Methods

Delivery Services

Partner

© 2019 By Godz. Proudly made in Thailand.   Smart Success  Associate Co,.Ltd 159 Moo8 ,Khe Lek ,Mae Taeng ,Chiang Mai 50150 , Tel.052010480