EP 9 รู้เท่าทัน อาชญากรทางคอมพิวเตอร์

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 3



กรรม ทั้ง 9 ของ อาชญากร


ณ. ที่แห่งหนึ่ง ที่เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ได้ก้าวหน้า อย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีก้าวเข้ามาเป็นปัจจัยที่ 5 ทุกๆคน ทุกๆธุรกิจ ต้องมีการติดต่อสื่อสาร ใช้สร้างรายได้ ใช้ศึกษาหาความรู้ และประโยชน์ต่างๆ มากมาย เรียกได้ว่าถ้าขาดมันไปก็เหมือนพิการทันที ที่แห่งนั้น คือ .....ก็ที่ ที่เราอยู่นี้แหละ


คอมพิวเตอร์คืออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (electronic device) ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร มันถูกคิดค้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ ต่อเมื่อมนุษย์ได้ใช้มันอย่างถูกวิธี แต่ด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีมีมากขึ้น กลุ่มคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ก็แพร่หลายมากขึ้น ทั้งหาประโยชน์ในทางที่ควรและมิควร ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อเศรษฐกิจของหลายๆประเทศจำนวนมหาศาล อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ จึงจัดเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ อาชญากรรมทางธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญ


"อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์" คือ การกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ อันทำให้เหยื่อได้รับความเสียหาย และผู้กระทำได้รับผลประโยชน์ตอบแทน ดังนั้น อาชญากรทางคอมพิวเตอร์ก็จะหมายถึง ......

"ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนสำคัญ"

● อาชญากรทางคอมพิวเตอร์ มีอยู่ด้วยกันคร่าวๆ 7 ประเภท

1. พวกมือใหม่ (Novice) 
    หรือมือสมัครเล่น อยากทดลองความรู้และส่วนใหญ่จะมิใช่ผู้ที่เป็นอาชญากรโดยนิสัย มิได้ดำรงชีพโดยการกระทำผิด ไม่ใช่มืออาชีพ
 
2.พวกวิกลจริต (Deranged persons) 
    มีลักษณะเป็นพวกชอบความรุนแรง และอันตราย มักเป็นพวกที่ชอบทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือสภาพแวดล้อม

3. อาชญากรที่รวมกลุ่มกระทำผิด (Organized crime) 
   พวกนี้เป็นลักษณะการรวมกลุ่มอาชญากรที่ร่วมมือกันทำผิดในลักษณะขององค์กร ทำงานกันเป็นระบบ โดยจะใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหาข่าวสาร เหมือนองค์กรธุรกิจทั่วไป อีกส่วนหนึ่งก็จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นตัวประกอบสำคัญในการก่ออาชญากรรม ตามมาด้วยการใช้เทคโนโลยีปกปิดร่องรอย ให้รอดพ้นจากเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ
 
4. อาชญากรมืออาชีพ (Career) 
    เป็นกลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่มากในปัจจุบัน กลุ่มนี้น่าเป็นห่วงมากที่สุด และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกนี้จะดำรงชีพจากการกระทำความผิด เช่นพวกที่มักจะใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีกระทำการฉ้อโกง หรือการโจรกรรมข้อมูลไปขาย เป็นต้น
 
5.พวกหัวพัฒนา (Con artists) 
    เป็นพวกที่ชอบความก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน อาชญากรประเภทนี้จะใช้ความก้าวหน้าเทคโนโลยี เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และความรู้ของตนเพื่อหาเงินมิชอบทางกฎหมาย
 
6.พวกคลั่งลัทธิ พวกบ้าลัทธิ (Dreamer) 
    เป็นพวกที่คอยทำผิดเนื่องจากมีความเชื่อถือสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างคลั่งไคล้ พวกหัวรุนแรงคลั่งอุดมการณ์หรือลัทธิ มักก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา หรือสิทธิมนุษยชน
 
7. ผู้ที่มีความรู้และทักษะด้านคอมพิวเตอร์อย่างดี แบ่งเป็น 2 ประเภท
 (7.1) Cracker หมายถึง ผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี จนสามารถลักลอบเข้าสู่ระบบได้ โดยมีวัตถุประสงค์เข้าไปหาผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง มักเข้าไปทำลายหรือลบไฟล์ หรือทำให้คอมพิวเตอร์ใช้การไม่ได้ รวมถึงทำลายระบบปฏิบัติการ
 (7.2) Hacker หมายถึง บุคคลผู้ที่เป็นอัจฉริยะ มีความรู้ในระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี สามารถเข้าไปถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์โดยเจาะผ่านระบบ รักษาความปลอดภัยของ คอมพิวเตอร์ได้ แต่อาจไม่แสวงหาผลประโยชน์ได้

เมื่อเราทำความรู้จักกับกลุ่ม “อาชญากร” ทางคอมพิวเตอร์ไปแล้ว ต่อมาเราจะมาดูถึงลักษณะการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หรือ “อาชญากรรม” ทางคอมพิวเตอร์กันบ้าง ซึ่งสามารถจำแนก ประเภทได้เป็น 9 ประเภท


● อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 9 ประเภท

1. การขโมยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ 
   ซึ่งหมายความถึงการขโมยข้อมูลจาก internet service provider หรือผู้ให้บริการ หรือผู้ที่มีเว็บไซด์ในอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงการขโมยข้อมูลเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ เช่น การขโมยข้อมูลขององค์กรต่างๆเพื่อประโยชน์ในการแอบใช้บริการฟรี
   
2. การปกปิดความผิดของตัวเอง โดยใช้ระบบการสื่อสาร 
   อาชญากรจะนำเอาการสื่อสารผ่านทางคอมพิวเตอร์มาขยายความสามารถในการกระทำความผิดของตน รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์ปกปิด กลบเกลื่อนการกระทำของตนไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้ 

3. การละเมิดลิขสิทธิ์ ปลอมแปลงรูปแบบเลียนแบบระบบซอฟแวร์โดยมิชอบ 
   ไม่ว่าจะเป็นการปลอมแปลงข้อมูล การปลอมแปลงรูปภาพ เสียง หรือการปลอมแปลงสื่อทางคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า มัลติมีเดีย หรือรวมทั้งการปลอมแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์

4. การเผยแพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
   รวมทั้งการใช้คอมพิวเตอร์บอกกล่าวข้อมูลที่ไม่สมควรที่จะเผยแพร่ เช่นสอน หรือเผยแพร่วิธีการในการก่ออาชญากรรม สอนเทคนิคในการโจรกรรมต่างๆ

5. การฟอกเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
   ซึ่งใช้จะอุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักทำให้สามารถกลบเกลื่อน ปกปิด อำพรางตัวตนของผู้กระทำความผิดได้ง่ายขึ้น

6. การก่อกวน ระบบคอมพิวเตอร์ หรือพวกอันธพาลทางคอมพิวเตอร์ 
   เช่น พวกเข้าไปแทรกแซงระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นหรือหน่วยงานต่างๆ ทำลายระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบจ่ายน้ำ จ่ายไฟ ระบบโทรศัพท์ต่างๆ ก่อให้เกิดความปั่นป่วนและเกิดความเสียหายตามมา

7. การหลอกลวงให้เข้าร่วมค้าขาย หรือ เข้าลงทุน (การทำธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย) 
   การค้าขายพวกขายตรงทั้งหลายที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือชวนลงทุนโดยหลอกลวงผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น หลอกให้ระดมทุนโดยชักชวนให้มีการลงทุนแต่มิได้มีการลงทุนเกิดขึ้นจริง และมักจะมีผู้ถูกหลอกลวงเป็นจำนวนมหาศาล

8. การลักลอบใช้ข้อมูลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ 
   เช่น การขโมยรหัสบัตรเครดิตการเข้าแทรกแซงข้อมูลและนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นประโยชน์ต่อตนโดยมิชอบ หรือแม้กระทั่งการล้วงความลับทางการค้าซึ่งสามารถทำได้โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ตซึ่งอาจเป็นลักษณะของการดักฟังข้อมูลเพื่อที่จะนำมาเป็นประโยชน์กับกิจการของตนเอง หรือในรูปการแข่งขันทางการค้า

9. การใช้คอมพิวเตอร์ในการโอนเงินของผู้อื่นเป็นของตัวเอง 
   เมื่อเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของธนาคารได้แล้ว จะใช้เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ไปเปลี่ยนแปลง ดัดแปลงข้อมูล คัดลอกข้อมูล และโอนเงินจากบัญชีหนึ่งเข้าไปอีกบัญชีหนึ่งได้ โดยที่ไม่ได้มีการโอนเงินกันจริง 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เมื่อคอมพิวเตอร์ไปอยู่ในมือของอาชญากร ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายได้มากมายมหาศาล และแทบจะคลอบคลุมทุกความเคลื่อนไหวของพวกเราเลยทีเดียว

เรามาป้องกันอาชญากรรม ง่ายๆ ด้วย 4 วิธีปฏิบัติ


1. การป้องกันข้อมูลส่วนตัว โดยการตั้งรหัสเข้าข้อมูลของไฟล์ข้อมูลที่ต้องการป้องกัน


2. การป้องกันการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การใส่ชื่อ Username และ password, การใช้สมาร์ทการ์ดในการควบคุมการใช้งาน หรือกุญแจเพื่อการป้องกันการใช้คอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต, การใช้อุปกรณ์ทางชีวภาพเช่น ตรวจสอบเสียง ลายนิ้วมือ ฝ่ามือ ลายเซ็น ม่านตา เป็นต้น


3. การสำรองข้อมูล โดยไม่เก็บข้อมูลไว้ที่เดียว สามารถสำรองไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้อ่านอย่างเดียว เช่น แผ่นซีดี กลูเกิ้ลไดรฟ์ ทรัมไดรฟ์ เป็นต้น


4. การตั้งค่าโปรแกรมค้นหาและกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นการป้องกันที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ได้ในระดับหนึ่ง


เมื่อเราเป็นคนหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ต่างๆในชีวิตประจำวันและไม่อยากตกเป็นเหยื่ออาชญากรทางคอมพิวเตอร์ เราควรรู้วิธีการป้องกันไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเรานะคะ


"กรุณาทำความเข้าใจกฎหมาย ก่อนกฎมั่วครอบงำนะคะ"


#ทนายตัวร้ายกับกฎหมายCrypto


  • lineoa

Verified by

269-2693880_dbd-registered-dbd-registere

Payment Methods

Delivery Services

Partner

© 2019 By Godz. Proudly made in Thailand.   Smart Success  Associate Co,.Ltd 159 Moo8 ,Khe Lek ,Mae Taeng ,Chiang Mai 50150 , Tel.052010480