EP 20 นายจ้างไล่ออกกระทันหัน ทำไรได้บ้าง

อัพเดตเมื่อ: พ.ค. 21



มาแล้วสำหรับเรื่องเศร้าประจำสัปดาห์ หลังจากที่ ep 17 เราได้พูดถึงเรื่องนายจ้างขอลดเงินเดือนลูกจ้างช่วงโควิด-19 ลดเงินเดือนว่าเศร้าแล้ว เจอนายจ้างไล่ออกกระทันหันเศร้ายิ่งกว่าเหมือนโลกมืดมน ไร้เงิน ขาดรายได้ ภาระก็เยอะ เห้อออออ T_T ลูกจ้างอย่างเพิ่งหมดหวังนะคะ วันนี้เรามีทางออกให้


มีคำถามเข้ามาในเพจ “ทนายตัวร้าย BadLawyer” ถามว่า

“หนูถูกนายจ้างให้ออกโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยใดๆเลย หนูสามารถทำอะไรได้บ้างค่ะ”


จากคำถามที่ส่งมาน้องไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องเงินเดือนหรือเรื่องระยะเวลาในการจ้างนะคะ เราจะแนะนำขั้นตอนและทางออกให้โดยเป็นวิธีปฏิบัติ ส่วนการคำนวณเงินค่าจ้าง ค่าชดเชย ในส่วนนั้นเป็นเรื่องที่ค่อยพิจารณาในลำดับต่อไป เราไปดูวิธีการปฏิบัติกันเลยค่ะ


การดำเนินการกับนายจ้างสามารถทำได้ 2 ทาง


1. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน

นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ลูกจ้างมีสิทธิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน โดยไปติดต่อได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


มาดูขั้นตอนการยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานกันนะคะ


ยื่นในตามท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่เป็นภูมิลำเนาของนายจ้างหากลูกจ้าง ไม่สะดวกที่จะมายื่นคำร้องด้วยตนเอง ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องผ่าทางอินเตอร์เน็ตก็ได้ ทางเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงาน หรือติดต่อ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 3 ในส่วนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้รับคำร้องแล้ว พนักงานตรวจแรงงานจะเริ่มสอบสวนข้อเท็จจริง และพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดกรอบเวลาให้พนักงานตรวจแรงงานต้องทำงานให้เสร็จและออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวภายใน 60 วันนับตั้งแต่ยื่นคำร้อง


ซึ่งก่อนพนักงานตรวจแรงงานจะมีคำสั่งออกมา อาจจัดให้มีการประนีประนอมกันระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้างก่อนก็ได้ ถ้าตกลงกันได้ก็ให้ทำตามตามข้อตกลง แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็ให้พนักงานตรวจแรงงานพิจารณาออกคำสั่งตามคำร้อง


ถ้าหากพนักงานตรวจแรงงานพิจารณาแล้วเห็นว่า ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงิน ก็ต้องสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานโดยการใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลแรงงาน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่ง ก็ให้ลูกจ้างติดตามผลคดีต่อไปว่า ศาลแรงงานจะสั่งว่าอย่างไร หรืออีกกรณี คือ ถ้านายจ้างไม่ได้อุทธรณ์คำสั่ง และไม่ยอมจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง ลูกจ้างก็สามารถดำเนินคดีกับนายจ้างในชั้นศาลต่อไปได้


แต่ถ้าพนักงานตรวจแรงงานพิจารณาแล้วเห็นว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับเงินใดๆ เพิ่มเติม พนักงานตรวจแรงงานก็จะแจ้งเป็นหนังสือให้ลูกจ้างทราบ ซึ่งไม่ว่าพนักงานจะมีความเห็นอย่างไร หากลูกจ้างไม่พอใจ ก็สามารถนำคดีไปฟ้องที่ศาลแรงงานได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง ซึ่งการฟ้องคดีต่อศาลแรงงานนั้นจะเป็นการฟ้องเพื่อเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ตัดสินว่า นายจ้างผิดหรือไม่ผิดก็ได้ หรืออาจจะฟ้องเพราะเห็นว่า ลูกจ้างต้องได้รับเงินมากกว่าที่พนักงานตรวจแรงงานสั่งก็ได้ หรือจะฟ้องศาลแรงงานในกรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินชดเชยตามที่พนักงานตรวจแรงงานตัดสินให้จ่ายก็ได้ ซึ่งหากนายจ้างไม่จ่ายเงินชดเชยตามที่พนักงานตรวจแรงงานสั่งจะมีโทษจำคุก โทษปรับ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ด้วย


2. ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานโดยตรง


ศาลแรงงานเป็นศาลที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง รวมถึง การที่ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้าง หรือค่าชดเชยในการเลิกจ้างด้วย ตามมาตรา 8 แห่ง พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจาณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 (พ.ร.บ.ศาลแรงงานฯ) ซึ่งศาลนี้ออกแบบกระบวนการพิจารณาคดีมาให้สะดวกสำหรับลูกจ้างซึ่งอาจจะมีสถานะทางเศรษฐกิจที่เสียเปรียบนายจ้างซึ่งลูกจ้างไม่จำเป็นต้องจ้างทนายความเพื่อช่วยเหลือการดำเนินคดี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น เรียกว่า ฟรี!! ทุกขั้นตอน ศาลแรงงานจะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีโดยใช้วิธีไกล่เกลี่ย และการระงับข้อพิพาทเป็นหลัก หากคู่กรณี (นายจ้าง-ลูกจ้าง) ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลก็จะพิจารณาตัดสินชี้ขาดตามบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม และความสงบเรียบร้อย


ขั้นตอนคือ


กำหนดให้ลูกจ้างฟ้องคดีต่อศาลแรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ เช่น ทำงานอยู่ในบริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพ ต้องไปฟ้องศาลแรงงานกลาง หรือหากบริษัทที่ทำงานตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ก็ต้องฟ้องคดีที่ศาลแรงงานภาค 5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่มีข้อยกเว้นไว้ว่า หากลูกจ้างมีความต้องการที่จะฟ้องในศาลแรงงานในท้องที่บ้านตัวเองก็ได้ แต่ต้องเขียนเหตุผลประกอบคำฟ้องไปด้วยว่า เพราะเหตุใดจึงสะดวกฟ้องที่ศาลนั้นๆ


ในการฟ้องคดีต่อศาลแรงงานนั้นจะมีด้วยกัน 2 วิธี คือ


1.ทำคำฟ้องเป็นหนังสือไปยื่นด้วยตัวเอง จะมีเจ้าหน้าที่ศาลทำหน้าที่เป็นผู้รับเรื่องดูแลให้คำปรึกษาข้อกฎหมายรวมไปถึงเขียนคำฟ้องในคดีแรงงานให้กับลูกจ้าง โดยลูกจ้างไม่ต้องจ้างทนายความเอง


2.ฟ้องคดีโดยการแถลงด้วยวาจาต่อหน้าศาลโดยตรงแล้วให้ศาลเป็นผู้จดบันทึกข้อเท็จจริงตามที่ฟ้องไว้


หลังจากที่ศาลแรงงานรับฟ้องคดีเรียบร้อยแล้ว ศาลจะนัดให้ลูกจ้างและนายจ้างมาที่ศาลในนัดแรก และศาลแรงงานจะทำการไกล่เกลี่ยคดีก่อน หากไกล่เกลี่ยคดีแล้วพบว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องการจ่ายค่าชดเชยกันได้ คดีก็เป็นอันจบลง แต่ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ ศาลก็จะนัดโจทก์ และจำเลยให้นำพยานมาเบิกความต่อไป


กระบวนการสืบพยานของศาลแรงงานเป็นศาลระบบไต่สวน คือ ศาลจะเข้ามามีบทบาทในการแสวงหาข้อเท็จจริงเองเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับลูกจ้างมากจนเกินไป ศาลจะเรียกพยานทั้งฝ่ายโจทก์ (ลูกจ้าง) และนายจ้าง มาเบิกความเองได้ โดยศาลจะเป็นผู้สอบถามพยานด้วยตัวเอง ทนายความจะสามารถถามความได้โดยต้องได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น เมื่อทำการสืบพยานเสร็จแล้ว ถือว่าการพิจารณาคดีเป็นที่สิ้นสุดลง หลังจากนั้นศาลจะนัดฟังคำพิพากษา


หากลูกจ้าง หรือนายจ้างไม่พอใจคำพิพากษาก็สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้ แต่จะอุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น และหากยังไม่พอใจคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และคดีเข้าเงื่อนไขเป็นคดีสำคัญก็สามารถยื่นขอฎีกาคำพิพากษาคดีได้เหมือนกับกระบวนการในคดีทั่วไป


เอกสารสำคัญการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน และศาลแรงงาน


- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของลูกจ้าง

- ชื่อนายจ้าง/สถานประกอบกิจการ

- สถานที่ตั้งของที่ทำงานอย่างชัดเจน และหมายเลขเบอร์โทรศัพท์

- วันที่ เดือน ปี พ.ศ. ที่เริ่มทำงาน และวันที่ทำงานวันสุดท้าย รวมถึงรายละเอียดสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน

- พฤติกรรมที่นายจ้างทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานต่อลูกจ้าง

- อธิบายข้อเท็จจริงตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

- พยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคล ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)


*** ไม่จำเป็นต้องมีสัญญาจ้างก็สามารถร้องเรียนต่อพนักงานตรวจแรงงาน และศาลแรงงานได้

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ ต้องบอกว่าถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เจอกับปัญหาแบบนี้ คุณควรตั้งสติ นี่เป็นอีกหนึ่งทางออกที่เรานำมาให้ เพื่อเป็นความรู้และการตัดสินใจ ต้องบอกว่าสิ่งที่ทำให้ลูกจ้างกลัวและไม่กล้าดำเนินคดี หรือเรียกร้องสิทธิใดๆ ต่อนายจ้าง ก็เพราะกลัวอิทธิพลของนายจ้าง และเรื่องค่าใช้จ่าย อ่านมาถึงตรงนี้ลูกจ้างหลายคนคงพอได้แนวทางในการปฏิบัติเพื่อเรียกร้องสิทธิแล้วใช่มั้ยค่ะ จำไว้ว่าขั้นตอนการดำเนินการนั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่จำเป็นต้องมีทนายความด้วยค่ะ


ขอให้ลูกจ้างเดินหน้าต่อสู้เพื่อสิทธิที่ตนเองจะได้รับ ทางทีมงาน GODZ และ ทนายตัวร้าย BadLawyer ขอเป็นกำลังใจให้ลูกจ้างทุกๆคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ สู้ๆ นะคะ


อย่าลืม กด Like แฟนเพจ ทนายตัวร้าย- Bad Lawyer

และกด ซับไคร้ ช่อง Gogz channel นะคะ ......


สำหรับวันนี้ จบแยกกกก ค่ะ


"กรุณาทำความเข้าใจกฎหมาย ก่อนกฎมั่วครอบงำนะคะ"


#ทนายตัวร้ายกับกฎหมายCrypto


  • lineoa

Verified by

269-2693880_dbd-registered-dbd-registere

Payment Methods

Delivery Services

Partner

© 2019 By Godz. Proudly made in Thailand.   Smart Success  Associate Co,.Ltd 159 Moo8 ,Khe Lek ,Mae Taeng ,Chiang Mai 50150 , Tel.052010480